แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ OGC แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ OGC แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ZOO-Project: Open WPS platform

     

       ZOO-Project  คือแพลตฟอร์มการบริการประมวลผลบนเว็บแบบรหัสเปิด (open source) ที่ริเริ่มโดย GeoLab และดูแลโดยเครือข่ายชุมชนผู้ใช้งานและนักพัฒนาทางด้านภูมิสารสนเทศทั่วโลก โดยมีประธานของโครงการคือ Gérald FENOY โปรแกรมเมอร์ชาวฝรั่งเศส และยังมีคณะกรรมในการพัฒนาโครงการนี้อยู่ทั่วโลก อาทิเช่น Nicolas BOZON (ฝรั่งเศส), Maria BROVELLI (อิตาลี), Massimilano CANNATA (สวิสเซอร์แลนด์), Hirofumi HAYASHI (ญี่ปุ่น), Daniel KASTL (เยอรมัน), Jeff McKENNA (แคนาดา), Markus NETELER (เยอรมัน), Venkatesh RAGHAVAN (ญี่ปุ่น) และ Angelos TZOTSOS (กรีซ) ซึ่ง ZOO-Project จะประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ๆ นับตั้งแต่การสร้างซึ่งจะได้แก่ ZOO-Kernel, ZOO-Services, ZOO-API และ ZOO-Client
ZOO-Kernel คือ WPS เซิร์ฟเวอร์ และเป็นหัวใจของ ZOO-Project ซึ่งดำเนินงานตามข้อกำหนดของ OGC WPS 1.0.0 ที่เขียนด้วยภาษา C สามารถทำงานบน Linux, Mac OSX และวินโดว์ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับโปรแกรม CGI ซึ่งทำงานร่วมกับเว็บเซิร์ฟเวอร์ เช่น Apache หรือ IIS โดย ZOO-Kernel จะทำหน้าในการประมวลผลข้อมูลเชิงพื้นที่ สามารถจัดการและ WPS ห่วงโซ่บริการโดยการโหลด libraries และ code ที่เขียนในภาษาการเขียนโปรแกรมที่แตกต่างกันแบบไดนามิกได้ จึงทำให้ ZOO-Kernel สามารถดำเนินการ WPS Services ที่เขียนได้หลากหลายภาษา เช่น C/C++, Fortran 77/90, Ruby, Perl, Java, PHP, Python หรือ JavaScript. ZOO Service จะทำงานร่วมกันกับ ZOO-Kernel บนพื้นฐานของ Library เช่น GDAL, GRASS GIS, OrfeoToolbox (OTB), SAGA GIS และ CGAL โดยนำเอาโมดูลของแต่ละ Library มาพัฒนาให้อยู่ในมาตรฐาน WPS
ZOO-Services เป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาพัฒนาและเรียนใช้สำหรับพัฒนาเป็นเซอร์วิสที่สามารถพร้อมใช้งานบริการการประมวลผลเว็บที่สร้างขึ้นโดยการเรียกใช้ไลบรารี่แบบรหัสเปิดซึ่งแหล่งที่มาที่สามารถเชื่อถือได้ เช่น GDAL, GRASS GIS, OrfeoToolbox (OTB), CGAL และ SAGA GIS
ZOO-API เป็น JavaScript API ที่รันบนฝั่งเซิร์ฟเวอร์สำหรับการสร้างหรือผูกมัด (chaining) และกำกับการผูกมัด (orchestrating) ของการให้บริการ WPS ได้ และสามารถสร้าง web application ที่ง่ายแต่มีประสิทธิภาพ และปริมาณ code ที่น้อยเพื่อลดความซับซ้อนของ code ให้น้อยที่สุด
ZOO-Client เป็นฝั่งผู้ใช้งานโดยเรียกใช้ JavaScript API สำหรับการโต้ตอบกับ WPS เซิร์ฟเวอร์ และการดำเนินการร้องขอบริการตามมาตรฐาน OGC จาก web application

เขียนโดย: ชิงชัย หุมห้อง (10 ตุลาคม 2559)
Reference: http://zoo-project.org

วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การเพิ่มชั้นข้อมูล WMS (Web Map Service) ในโปรแกรม QGIS

_______สำหรับมือใหม่ที่ต้องการจะเรียกใช้ Service ที่เป็นแบบ WMS โดยใช้โปรแกรม Quantum GIS นั้นสามารถทำได้ไม่ยากเลย ส่วนถ้าต้องการทราบว่า WMS คืออะไรก็ให้ไปอ่านที่ Web Map Service ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน OGC ครับ เราลองมาเริ่มต้นใช้งานกันดีกว่าครับ

1. ไปที่เมนู Layer >> Add WMS Layer... หรือใช้วิธีลัดแป้นพิมพ์ Ctrl+Shift+W ก็ได้ หรือจะคลิกที่ปุ่มตรงแถบเครื่องมือก็ได้เช่นกัน


2. จากนั้นจะมีหน้าต่าง Add WMS ปรากฏขึ้นมา ให้คลิกที่ปุ่ม New แล้วก็ให้ใส่ Name: เป็นชื่ออะไรก็ได้ (ให้ดีก็เป็นชื่อเจ้าของ Service) จากนั้นให้ใส่ URL ของ Service(http://localhost/geoserver/wms?=version1.3.0) นั้นลงไปและคลิกปุ่ม OK ดังภาพ


3. ให้คลิกปุ่ม Connect เพื่อเชื่อมต่อกับข้อมูล จากนั้นก็ให้เราเลือกชั้นข้อมูลที่ต้องการแสดง แล้วคลิกที่ปุ่ม Add ดังภาพ


4. ผลลัพธ์ที่ได้ ดังภาพ



วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

AtlasStyler SLD editor and Save As SLD [QGIS]

AtlasStyler SLD editor

Save As SLD [Plugin QGIS]

_______เอาใจสำหรับคนที่กำลังเขียน SLD (Styled Layer Descriptor) กล่าวได้เลยว่าการปรับแต่ง SLD ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งเหมือนกัน ถ้าขาดเจ้าตัวนี้ไปก็จะทำให้ web map service ของเราก็จะดูไม่จืดเลยทีเดียว ซึ่งจริงๆ แล้วการเขียน SLD ก็เหมือนกับการปรับแต่ง style ของข้อมูลใน QGIS นั่นแหละครับ เพียงแต่มันจะอยู่ในรูปแบบของ code เท่านั้นเอง ซึ่ง SLD มันก็คือ XML ประเภทหนึ่งนั่นเองครับ ซึ่งเมื่อก่อนยังไม่มีเครื่องมือ (tool) ที่ช่วยในการ Generate SLD ออกมาดังนั้นจึงต้องออกแรงกันอยู่พอสมควร แต่เดี๋ยวนี้มันมีเครื่องมือที่ช่วยเราเยอะแยะมากมาย เราเลยไม่ไม่ต้องเสียเวลาหรือนั่งเขียน code ให้เมื่อยตุ้มอีกต่อไปเล้วครับ ซึ่งเครื่องมือที่จะมานำเสนอก็มีชื่อว่า "AtlasStyler SLD editor" เป็นฟรีแวร์ครับสามารถโหลดมาใช้ได้เลยครับ แต่ก่อนที่จะใช้โปรแกรมนี้จะต้องลง JRE (Java Runtime Environment) ก่อนน่ะครับ และยังอีกตัวที่ผมนำเสนอครับก็คงจะหนีไม่พ้นเจ้า Quantum GIS (QGIS) ที่ตัวผมเองแนะนำมาตลอด ซึ่ง QGIS ก็สามารถ Generate SLD ได้เช่นกันครับ แต่จะต้องลง plugin เพิ่มก่อนน่ะครับ plugin มีชื่อว่า "Save As SLD" และจุดเด่นอีกอย่างของเขาก็คือสามารถ upload sld เข้าสู่ Geoserver ได้เลย โดยเครื่องทั้งสองอย่างนี้เค้าก็จะ follow ตามมาตราฐาน OGC (Open Geospatial Consortium) ง่ายใช่มั้ยล่ะครับ นี่แหละคือ QGIS ซึ่งทำให้ผมหลงไหลอยู่กับมันตลอดเวลา จนผมแทบไม่ได้กลับไปแตะ Proprietary เลยครับ ถ้าสนใจก็เข้าศึกษารายละเอียดตามด้านล่างเลยครับ :)
Reference & Download
Plugin Qgis : http://pyqgis.org/repo/contributed

AtlasStyler SLD editor : http://en.geopublishing.org/AtlasStyler

SLD CookBook [GeoServer] : http://docs.geoserver.org/stable/en/user/styling/sld-cookbook/index.html

SLD Standard [OGC] : http://www.opengeospatial.org/standards/sld